วัดพุทธาวาส ภูสิงห์ ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์
Sahatsakhan / Sahatsakhan, Kalasin,
Muang Kalasin, Kalasin, Thailand 46140
Highlights info row image 082 858 7333

บัญชีร่วมทำบุญ

ทำเนียบพระสงฆ์

ติดต่อเรา

วัดไตรภูมิ ม.1 ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ 46140
วัดพุทธาวาส ภูสิงห์ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ 46140
Sahatsakhan / Sahatsakhan, Kalasin,
Muang Kalasin, Kalasin, Thailand 46140
Highlights info row image 082 858 7333
ในภาพอาจจะมี 1 คน, ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

พระพรหมภูมิปาโล

            พระพรหมภูมิปาโล เป็นพระพุทธรูปปางมารชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๑o เมตร ๕o เซนติเมตร สูง ๑๕ เมตร ๕o เซนติเมตร ประดิษฐานอยู่บนแท่นสูง ๒ เมตร  ๓o เซนติเมตร รวมความสูงจากแท่นองค์พระถึงพระเกศ ๑๗ เมตร ๘๐ เซนติเมตร ตั้งอยู่บนไหล่เขาภูสิงห์ด้านทิศใต้ ในท้องที่อำเภอ สหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๓๔๖ เมตร นับได้ว่าเป้นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

                พระพรหมภูมิปาโล เป็นพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดองค์หนึ่งในประเทศไทย มีพระวรกายสง่างาม พระพักตร์อิ่มเอิบ พระโอษฐ์ประหนึ่งจะแย้ม พระเนตรทั้งสองสดใสปราศจากมลทิน เปี่ยมด้วยเมตรราธรรมชั้นสูง ยังความสบายใจให้บังเกิดแก่สาธุชนผู้พบเห็นโดยทั่วกัน ฉายให้เห็นถึงศรัทธาบารมีและกุศลเจตนาอันแรงกล้า ของผู้ริเริ่มและชวนก่อสร้าง คือ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ คนปัจจุบัน (บุรี พรหมลักขโณ) อย่างเด่นชัด

                ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างพระพรหมภูมิปาโล พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ สืบเนื่องมาตั้งแต่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ในปลายปี ๒๕๐๙ (เดือนกันยายน) ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ปรารภว่า กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดหนึ่งซึ่งอยู่ในเขต Sensitive area มีการแทรกซึมบ่อนทำลายของฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นเป้าหมายการเร่งรัดพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงต้องเพ่งเล็งทั้งด้านวัตถุและด้านจิตใจควบคู่กันไป จึงจะเป็นปรากฏการที่มั่นคงและแข็งแรงสามารถป้องกันภัยอันอุบาทว์นี้ได้ ในขณะเดียวกันกับการเร่งรัดพัฒนาทางวัตถุ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ( บุรี พรหมลักขโณ ) ได้หันมาส่งเสริมการพัฒนาด้านจิตใจ และเน้นหนักในด้านนี้เป็นกรณีพิเศษ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมพระพุทธศาสนาวัฒนธรรมและประเพณี จังหวัดกาฬสินธุ์ ขึ้นมาคณะหนึ่ง โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการและประกอบด้วยกรรมการอื่นๆ อีกหลายฝ่าย คณะกรรมการชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ตั้งขึ้นเพื่อสนงหลักการพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ หลักที่ ๗ คือ “เพิ่มพูนการศึกษา” ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ (บุรี พรหมลักขโณ ) ซึ่งกำหนดเป้าหมายของการเร่งพัฒนาไว้ ๘ ประการ คือ น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีตลาด ปราศจากโรค บริโภคสมบูรณ์ เพิ่มพูนการศึกษา และประชาสัมพันธ์

                คณะกรรมการส่งเสริมพระพุทธศาสนาวัฒนธรรมและประเพณี  ดำเนินงานด้ยความวิริยะอุตสาหะและได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ด้วยดีตลอดมา ผลงานสำเร็จละก้าวหน้ามาตามลำดับ ทางด้านถาวรวัตถุคณะกรรมการชุดนี้ โดยการนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ (บุรี พรหมลักขโณ ) ได้สร้างตึกสงฆ์อาพาธและเรือนคนไข้พิเศษขึ้น ๒ หลัง ในบริเวณโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยมิได้อาศัยเงินงบประมาณทางราชการแม้แต่บาทเดียว นี่คือการแสดงออกซึ่งสามัคคีธรรมของชาวพุทธทั้งหลาย นอกจากนี้แล้วท่านประธานกรรมการส่งเสริมพระพุทธศาสนาวัฒนธรรมประเพณียังได้ริเริ่ม และชักชวนพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไปหล่อพระพุทธสิหิงค์ในวันสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๑๑ จำนวน ๕๙ องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๕ นิ้ว ๙องค์ มอบให้เป็นพระพุทธรูปประจำอำเอต่างๆจังหวัดและเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ สำหรับเป็นที่เคารพสักการะ และนำออกแห่ให้ประชาชนได้สักการะ สรงน้ำ ในวันสงกรานต์ ประจำทุกๆ ปี เพื่อให้ถูกต้องตามประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณกาล พระพุทธสิหิงค์องค์เล็กขนาดหน้าตักกว้าง ๖ นิ้ว จำนวน ๕๐ องค์ ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเช่าไปบูชานับเป้นครั้งแรกที่มีการหล่อพระพุทธรูปขึ้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์

                ในด้านส่งเสริมประเพณีต่างๆ ของท้องถิ่นนั้น ท่านประธานกรรมการส่งเสริมพระพุทธศาสนาวัมนธรรมและประเพณี (ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด บุรี พรหมลักขโณ)  ได้เอาใจใส่และรื้อฟื้น ส่งเสริม จัดงานให้ครึกครื้นกว่าสมัยใดๆ ผลงานปรากฏเป็นประจักแก่สายตาของสาธุชนทั่วไปทั้งใกล้ไกล เป็นต้นว่า แห่เทียนพรรษา งานออกพรรษา ตักบาตรเทโว งานลอยกระทง งานสงกรานต์ ตลอดจนงานพิธีในวันสำคัญต่างๆ ของชาติ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ( บุรี พรหมลักขโณ) ก้เอาใจใส่เป็นพิเศษ ได้ให้ช่างฝีมือหล่อพระบรมรูปทรงม้าประดิษฐานบนแท่น ณ สนามบริเวณศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ เชิญชวน ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ครู นักเรียน ประกอบพิธีรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายบังคมเป็นประจำปี ขณะนี้กำลังดำริ ให้หล่อพระบรมรูปสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ ๖ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์นั้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้เชิญชวนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน บำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร และประกอบพิธีเฉลิม พระชนมพรรษา จัดงานสโมสรสันนิบาตและถวายพระพรเป็นประจำทุกปี งานชิ้นนี้พิเศษ อีกอย่างหนึ่งที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด (บุรี พรหม ลักขโณ) ได้ริเริ่มขึ้นคือการนำข้าราชการบำเพ็ญกุศลและสดับพระธรรมเทศนาในวันธรรมสวนะ ตลอดระยะเวลาในระหว่างเทศกาลเข้าพรรษาเป็นประจำทุกปี โดยจัดทำเป็นโครงการให้ข้าราชการถือปฏิบัติเป็นปีๆไป แบ่งหน้าที่ให้ส่วนราชการต่างๆผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลและเชิญชวนข้าราชการแผนกการอื่นๆ ร่วมบำเพ็ญกุศลด้วย

                สำหรับการก่อสร้างพระพรหมภูมิปาโล บนไหล่เขาภูสิงห์นั้น เป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ของคณะกรรมการส่งเสริมพระพุทธศาสนาวัฒนธรรมและประเพณี จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด (บุรี พรหมลักขโณ)             เป็นผู้ริเริ่มชักชวนก่อสร้าง ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๑ โดย ฯพณฯ ถวิล สุนทรศารทูล รมต. ช่วยว่า การกระทรวงมหาดไทย สมัยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพระพุทธสิหิงค์ ๕๙ องค์ และเปิดโรงภาพยนตร์กรุงทอง ของกรมธณารักษ์ (ทิศตะวันออกโรงพยาบาลกาฬสินธุ์)

                วัตถุประสงค์อันสำคัญในการก่อสร้างพระพรหมภูมิปาโลขึ้นในครั้งนี้ ก็สืบเนื่องมาจากอำเภอสหัสขันธ์ (เดิม) ซึ่งตั้งอยู่ตำบลโนนศิลา และหมู่บ้านอื่นๆอีกหลายสิบหมู่บ้านใน อำเภอสหัสขันธ์ อยู่ในเขตน้ำท่วมของเขื่อนชลประทานลำปาว ทางราชการได้อพยพราษฎรตั้งภูมิลำเนา ร บริเวณเมืองใหม่ใกล้ๆเชิงเขาภูสิงห์ และส่วนใหญ่ได้อพยพเข้าไปอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองลำปาว

                การอพยพประชาชนเข้าไปตั้งถิ่นฐานบ้านช่องในบริเวณเมืองใหม่ เป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งนี้ เนื่องจากประชาชนยังมีความรักความห่วงใยในภูมิลำเนาเดิมของตนเป็นพื้นเพ อยู่แล้ว จึงไม่อยากจะจากทำเลที่ตนเคยทำมาหากินและพากันรู้สึกว่า การอพยพโยกย้ายครั้งนี้ (อำเภอสหัสขันธ์ เป็นอำเภอที่เคยอพยพมาแล้วรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๕ )เสมือนถูกภัยธรรมชาติบังคับให้อยู่ในสภาพบ้านแตกสาแหรกขาด ไร้ที่พึ่ง

                แต่เนื่องด้วยความสมารถ และความวิริยะอุตสาหะของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์( บุรี พรหมลักขโณ) และบรรดาเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องได้ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจช่วยเหลือในการอพยพโยกย้ายครอบครัวราษฎร และคอยดูแลให้บริการต่างๆอย่างใกล้ชิดอพยพประชาชนเข้ามาอยู่ในบริเวณเมืองใหม่  ก็ประสบความสำเร็จด้วยความหนื่อยยากแต่ก็เป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม

                ยิ่งกว่านั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัด บุรี พรหมลักขโณ ยังมีความห่วงใยและเห็นว่าในขณะที่ประชาชนมีความห่วงหน้าพะวงหลัง เนื่องจากการอพยพโยกย้ายภูมิลำเนาในครั้งนี้อันตรายจากด้านอื่นอาจจะฉวยโอกาสเข้าแทรกแซง บ่อนทำลาย และยุแหย่ประชาชนให้แตกแยกสามัคคี และยุยงส่งเสริมให้ประชาชนเกลียดชังรัฐบาลที่ทำให้ตนต้องได้รีบความใกล้ชิดประชาชนจึงมีความจำเป้นอย่างรีบด่วน ที่จะต้องสร้างสถาบันทางพระพุทธศาสนา อันเป็นหลักชัยชีวิตของประชาชนไว้เป็นมิ่งขวัญและศูนย์รวมทางจิตใจ เพื่อยึดเหนี่ยวและผลึกกำลังขวัญของประชาชนให้มั่นคง ยึดมั่นในความสามัคคี มีความจงรักภักดีต่อประเทศชาติและราชบัลลัง ป้องกันความงมงาย และขจัดความหลงผิดของประชาชนที่อาจจะหลงเชื่อในคำโฆษณาป้ายร้ายของฝ่ายตรงข้าม

                ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด บุรี พรหมลักขโณ จึงดำริและริเริ่มให้ดำเนินการก่อสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขึ้นที่ไหล่เขาภูสิงห์ ด้วยหลักการและเหตุผลดังกล่าวแล้ว นอกจากนั้นยังจะช่วยส่งเสริมดำรงและเชิดชูพระพุทธศาสนาให้วัฒนาถาวร เป็นสัญลักษณ์และอนุสรณ์การประกอบคุณงามความดี ด้วยกตเวทีตาคุณต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบต่อไปตราบนานเท่านาน

                ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในนามประธานคณะกรรมการส่งเสริมพระพุทธศาสนาวัฒนธรรมและประเพรี จึงประชุมคณะกรรมการจัดทำโครงการก่อสร้างพระพุทธรูปบนไหล่เขาภูสิงห์ขึ้น และรีบดำเนินการสำรวจสถานที่ ที่จะก่อสร้างองค์พระเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๐ และสำรวจครั้งที่ ๒ ในเดือนมกราคม ๒๕๑๑ คณะกรรมการตกลงมีมติให้ก่อสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่บนไหล่เขาภูสิงห์ด้านทิศใต้ เพราะเมื่อสร้างองค์พระเสร็จแล้วจะสามารถมองเห็นพระได้ในระยะไกล แม้ขณะยืนอยู่บนเขื่อนลำปาว และ ณ สถานที่แห่งนี้ถ้ายืนอยู่ บนก้อนหินหรือชะโงกผาแล้วมองไปทางทิศใต้จะเห็นภูมิภาพอันสวยงาม และเว้งว้างเหนือทะเลสาบเขื่อนชลประทานลำปาว ถ้ามองไปทางทิศตะวันออกจะเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของภูปอ ภูเป้ง ภูค่าว และภูกุ้มข้าว ประหนึ่งสวนพฤกษาธรรมชาติที่สร้างไว้อย่างสวยสดงดงาม และถ้ามองไปทิศตะวันตกเมื่อยืนอยู่ข้างๆคฤหาสน์ พรหมสถิต จะเห็นทิวทัศน์เขาสวนกวางในเขตจังหวัดอุดรธานี   และทิวเขา คันโทในเขตอำเภอท่าคันโท อยู่ไกลสุดของฟ้า

               ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

               ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ท้องฟ้า, ต้นไม้ และ สถานที่กลางแจ้ง

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, เมฆ, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

คลื่น FM 98.25 Mhz

คลื่นพุทธธรรม นำสังคม อุดมปัญญา เป็นที่พึ่งพาทางใจ

026623
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
21
134
543
25136
2780
4852
26623

Your IP: 54.158.219.248
Thu, 24 May 2018 04:08:42 +0000